ประวัติของหลวงปู่กาหลง เขี้ยวแก้ว ตะกรุด ผ้ายันต์
ตะกรุด-ผ้ายันต์ ‘หลวงปู่กาหลง เขี้ยวแก้ว’
เสน่ห์แรง เมตตาสูง คล่องการขาย ผู้ใหญ่อุปถัมภ์
“เหนือลิขิต ประกาศิตฟ้าดิน” ขอนำท่านผู้อ่านพบกับหลวงปู่กาหลง เขี้ยวแก้ว (เตชวัณโณ) แห่งวัดเขาแหลม ต.วังทอง อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว และวัตถุมงคล ตะกรุดดอกไม้สวรรค์ ผ้ายันต์พระนารายณ์ทรงครุฑ และตะกรุดช้างผสมโขลง (พญาเทครัว) ที่เรา ๆ ท่าน ๆ ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำน่ามีไว้ เพื่อความเป็นสิริมงคล โชคลาภ และความสำเร็จในชีวิต
หลวงปู่กาหลง เขี้ยวแก้ว วัดเขาแหลม สระแก้ว เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีอาคมเก่งกล้า มีเขี้ยวแก้วอยู่กลางเพดานปาก เครื่องรางของขลังของหลวงปู่กาหลงได้รับการยอมรับว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก
ประวัติของหลวงปู่กาหลง
สำหรับประวัติของหลวงปู่กาหลงนั้น ท่านเกิดวันเสาร์ เดือนยี่ พ.ศ. ๒๔๖๒ ที่คลอง ๗ ปทุมธานี โยมแม่ท่านเป็นชาวสุพรรณบุรีเป็นน้องสาวของหลวงพ่อเนียม วัดน้อย ดังนั้นท่านจึงมีศักดิ์เป็นหลานชายแท้ ๆ ของหลวงพ่อเนียม พระอภิญญาระดับปรมาจารย์แห่งเมืองสุพรรณบุรี เมื่อเติบโตท่านก็สนใจร่ำเรียนวิชาอาคมมาตั้งแต่วัยเยาว์
ท่านอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่ออายุ ๒๐ ปี ณ พัทธสีมาวัดนาบุญ ต.คลอง ๗ ปทุมธานี โดยมีหลวงพ่อเนียม วัดนาบุญเป็นพระอุปัชฌาย์ จากนั้นท่านได้ไปศึกษาเล่าเรียนพระกัมมัฏฐาน ศึกษาพระเวทจากครูบาอาจารย์ในยุคนั้นหลายท่าน เช่น หลวงพ่อเนียม วัดนาบุญ หลวงปู่ช้าง วัดเขียนเขต หลวงปู่ด๊วด วัดกลางคลอง ๔ หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก หลวงพ่อทองสุข วัดโตนดหลวง หลวงปู่จัน วัดนางหนู เจ้าคุณอินทรสมาจารย์ (เงิน) วัดอินทรวิหาร หลวงพ่อปลื้ม ศิษย์สายหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า โดยขึ้นครูพร้อมกับขุนกล้ากลางผจญ มือขวาของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
เมื่อปี ๒๔๘๕ หลวงปู่กาหลงได้ติดตาม หลวงพ่อเนียม วัดนาบุญมาปลุกเสกพระชินราชอินโดจีนที่วัดสุทัศน์ฯ ทำให้ได้มีโอกาสเข้าเฝ้า สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ครั้งต่อมาจึงได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนการผสมสูตรนวโลหะ และตำราพิธีกรรมการสร้างพระกริ่งจากพระราชมงคลมุนี(สนธิ์)โดยศึกษาวิชาควบ คู่กับหลวงพ่อจำลอง คณะ ๑๑ ซึ่งถือว่าท่านเป็นศิษย์เอกมือขวาโดยตรงและยังคุ้นเคยสนิทสนมกับพระราชวิสุ ทธาจารย์หรือเจ้าคุณแป๊ะ อดีตเจ้าคณะ ๖ ซึ่งท่านเป็นศิษย์สายตรงของสมเด็จพระสังฆราช(แพ)
พระคณาจารย์ที่เป็นสหธรรมมิกกับหลวงปู่กาหลงมีหลายท่านที่ยังมีชีวิตอยู่และ มรณภาพไปแล้ว เช่น หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ท่านเป็นศิษย์ผู้พี่หลวงพ่อยิด วัดหนองจอก ท่านเคยไปปลุกเสกวัตถุมงคลตามวัดต่าง ๆ หลายต่อหลายวัดมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ไปปลุกเสกร่วมกับหลวงปู่โต๊ะ หลังเสร็จพิธีหลวงปู่โต๊ะได้กล่าวพร้อมชี้มาที่หลวงปู่กาหลงให้หลวงพ่อแช่ม วัดนวลนรดิศและศิษย์ที่นั่งอยู่ฟังว่า “พระรูปนี้ชื่ออะไรอยู่วัดไหน ทำไมพลังอำนาจจิตถึงได้รุนแรงพิสดารแบบนี้ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน”
ที่น่าพิศวงก็คือ หลวงปู่ท่านมีเขี้ยวแก้วอยู่ที่กลางเพดานปากเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่ติดตัว ท่านมาแต่เกิด หลวงปู่บอกว่าของดีนี้เกิดขึ้นเอง และจะมีก็แต่บุคคลที่พิเศษจริง ๆ เช่น ของพระพุทธเจ้าที่เรียกว่า พระเขี้ยวแก้ว แต่ของหลวงปู่ท่านเรียกว่า เขี้ยวแก้ว ซึ่งเป็นของดีเฉพาะตัวเฉพาะบุคคล เวลาใครไปกราบท่าน แล้วให้ท่านปลุกเสกของ ท่านก็มักจะเอามือล้วงไปในปากท่าน แตะที่เขี้ยวแก้วแล้วนำมาคลึงที่พระ หรือของที่มาให้ปลุกเสกเป็นการเพิ่มพลังพุทธคุณ
ท่านมักกล่าวอยู่เสมอว่า “ของของฉันตั้งใจทำมากับมือต่อไปจะมีค่ายิ่งกว่าทองคำจะหายากยิ่งกว่าเพชร ฉันทำเครื่องรางของขลังทั้งสักทั้งเสกเพื่อคุ้มครองชีวิตคนมาตั้งแต่ปี ๒๔๘๕ แต่ไม่เคยประกาศให้ใครรู้มีแต่บอกต่อกันแบบปากต่อปาก เมื่อก่อนใครจะมาเอาของของฉันไปบูชาต้องแบกปืนมาลองด้วย”
มีเรื่องเล่าตอนที่ท่านเรียนวิชาอาคมกับหลวงพ่อเนียม และหลวงพ่อซึ้งวัดนาบุญท่านทั้งสองได้เขียนจดหมายไปกราบอาจารย์ของท่านชื่อ หลวงปู่ขุขันธ์ เป็นพระเขมร ทั้งนี้เนื้อหาภายในยังได้แนะนำหลวงปู่กาหลงซึ่งเป็นศิษย์ของท่านด้วย หลวงพ่อเนียม หลวงพ่อซึ้งมอบหมายให้หลวงปู่กาหลงนำจดหมายไปให้หลวงปู่ขุขันธ์ ซึ่งอยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษ ตอนที่หลวงปู่ไปพบหลวงปู่ขุขันธ์ ขณะนั้นหลวงปู่ขุขันธ์มีอายุถึง ๑๒๐ ปี แล้ว
หลังจากที่เจอหลวงปู่ขุขันธ์แล้วท่านได้ยื่นจดหมายให้ เมื่อหลวงปู่ขุขันธ์อ่านจดหมายเสร็จก็เรียกหลวงปู่กาหลงให้ไปกับท่านที่หลัง วัด อันมีดงหนามชนิดต่าง ๆ กองไว้เต็มพื้น หลวงปู่ขุขันธ์ต้องการเห็นความสามารถของหลวงปู่กาหลงจึงสั่งให้หลวงปู่เดิน เท้าเปล่าเข้าไปจนสุดทางแล้วเดินกลับมาหาท่าน หลวงปู่กาหลงก็ไม่ลังเลถอดรองเท้า เดินเท้าเปล่าเข้าไปในดงหนาม ท่านเล่าว่าหนามทิ่มเท้าท่านไม่ได้แต่ก็ทำให้เเสบไปหมด เดินไปรอบหนึ่งหลวงปู่ขุขันธ์จึงให้พอ แล้วบอกว่าถ้าเป็นคนอื่นท่านให้เดิน ๓ รอบ แต่เพราะท่านเป็นศิษย์ท่านเนียม ท่านซึ้ง จึงให้เดินแค่รอบเดียว เมื่อผ่านการทดสอบ หลวงปู่ขุขันธ์จึงมอบตำราเล่มหนึ่ง มีเนื้อหาเกี่ยวกับการไล่ผี เสกของ ปล่อยของ วิชาคงกระพัน หลวงปู่กาหลงได้ร่ำเรียนจนครบถ้วน และปัจจุบันท่านได้เก็บรักษาตำราเล่มนี้ไว้เป็นอย่างดี
นับว่าหลวงปู่กาหลง เป็นเกจิอาจารย์รุ่นเก่าที่เก่งกาจมานานเคยเข้าร่วมพิธีปลุกเสกครั้งยิ่ง ใหญ่ พิธี ๒๕ พุทธศตวรรษ ณ สนามหลวง และพระวิหารหลวง วัด สุทัศน์ฯ อีกทั้งยังสร้างผลงานฝากไว้ในพุทธศาสนา โดยสร้างโบสถ์ไว้ถึง ๘ หลัง ๘ วัด เป็นพระภิกษุสงฆ์ที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบ มีอาคมแก่กล้า มีอำนาจวาสนาบารมี ความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ เป็นผู้ประกอบด้วยคุณงามความดีเป็นเนื้อนาบุญแห่งพุทธศาสนาเป็นรอยอริยะที่ ผู้มีไว้ครอบครองควรพิจารณาระลึกถึงความดี เดินตามรอยเส้นทางความถูกต้อง มีคุณธรรม ยึดมั่นในศีลในธรรมตามแบบอย่างท่านสืบไป
สำหรับวัตถุมงคลของหลวงปู่ที่จะแนะนำในวันนี้ และเป็นที่นิยมกันในหมู่ศิษยานุศิษย์ และประชาชนทั่วไป เนื่องเพราะมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ปรากฏเป็น ที่ประจักษ์ชัดทั้งในด้านแคล้วคลาด คุ้มครองป้องกันภัย อยู่เย็นเป็นสุข เมตตามหานิยม โชคลาภ และความสำเร็จในชีวิต มี ๓ อย่าง ได้แก่ ตะกรุดดอกไม้สวรรค์ ผ้ายันต์พระนารายณ์ทรงครุฑ และตะกรุดช้างผสมโขลง (พญาเทครัว)
สำหรับตะกรุดดอกไม้สวรรค์ หลวงปู่จัดสร้างสำหรับศิษยานุศิษย์ที่มีอาชีพค้าขาย นายหน้า ติดต่อเจรจาธุรกิจต่าง ๆ บูชาเพื่อความสำเร็จในอาชีพ จัดสร้างด้วยแผ่นทองแดงขนาด ๑ x ๑.๙ นิ้ว จารอักขระเลขยันต์ด้วยมือล้วน ๆ ทั้งหน้าและหลัง ม้วนกลึงคลุกผงวิเศษลงรักปิดทองคำแท้ทั้งดอก ประทับด้วยยันต์เศรษฐี หลวงปู่ท่านประจุพุทธาคมทางโชคลาภกว่า ๑ ปี และได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษกต่าง ๆ อีกหลาย พิธี เช่น พิธีครอบเศียรพระลักษมณ์หน้าทอง พิธี ๕ ธ.ค.มหาราช พิธีสุริยคราส พิธีเสาร์ ๕ วัดสุทัศน์ฯ พิธี พุทธาภิเษก วัดบุญรอด พิธีมหาพุทธาภิเษก-เทวาภิเษก วันไหว้ครู เป็นต้น
ส่วนผ้ายันต์พระนารายณ์ทรงครุฑ ประกาศชัยชนะ ความสำเร็จ ปราบอาถรรพณ์ รุ่นไหว้ครู หลวงปู่ได้ปลุกเสกเป็นพิเศษ ขนาดผ้ายันต์ ๑๒x๑๖ นิ้ว ปั๊มโค้ดและหมายเลข เหมาะสำหรับพกติดตัว มี ชัยชนะ ความสำเร็จ เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แคล้วคลาดจากภยันตราย หรือจะติดบ้านเรือน ร้านค้าก็ได้ คุ้มครองป้องกันภัยดี อยู่เย็นเป็นสุข
ขณะที่ตะกรุดช้างผสมโขลง (พญาเทครัว) หลวงปู่ได้ระบุอุปเท่ห์ ไว้อย่างชัดเจนว่า ได้ลงยันต์ครบสูตรโบราณ ซึ่งท่านห่วงมาก เพราะ ด้านเสน่ห์รุนแรง ดั่งราศี ท้าวพระยารูปงาม ครูบาอาจารย์ให้ลงเป็นตะกรุดพอกผงสัตตโพชฌงค์ ๗ ประการ อันได้แก่ ใบ รู้นอน ๗ ชนิด ผงนวหรคุณ ๙ ประการได้แก่ ผงตะไคร่เสมา คราบเจดีย์ ผงรังหมาร่า (แมลงชนิดหนึ่งคล้ายผึ้ง) ที่เกาะบนพระประธาน ผสมด้วย ผงอิธิเจ ผง มหาราช ผงปถมัง ผงตรีนิสิงเห ผงรัตนมาลา แล้วนำผงทุกชนิดมาพอกที่ตะกรุดจนเป็น สุดยอดของตะกรุดมหาเสน่ห์ขั้นสูงที่มีอำนาจของมหาเสน่ห์ดีนักแล ถ้าจะไปที่ใด ๆ ให้เอาตะกรุดนี้คาดเอวไป หญิงเห็นรักใจแทบขาด ชายเห็นรักแทบขาดใจและเป็นที่รักแก่คนทั้งหลาย ถ้าจะเข้าหาเจ้านายขุนนางท้าวพระยาท่านย่อมเป็นที่รัก อนึ่ง ถ้าจะให้รักทั้งครัวเรือนให้เอาแช่ในตุ่มน้ำให้กินท่านรักเรา ทั้งครัวเรือนแล เพราะด้วยอำนาจเสน่ห์แรงขนาดนี้โบราณจึงตั้งฉายาว่า “พญาเทครัว”
หลวงปู่บอกว่า ตะกรุดนี้นอกจากจะมีอำนาจทางเสน่ห์แรงเมตตาสูงแล้ว ยังดีในทางค้าขาย เจ้านายเมตตา ผู้ใหญ่อุปถัมภ์ค้ำชูดีอีกด้วย แต่เมื่อมีอานุภาพรุนแรงก็ย่อมมีอาถรรพณ์แรงมากเช่นกัน คือห้ามผิดครู โดยมีข้อห้ามสำคัญดังนี้ ๑. ห้ามผิดศีลข้อ ๓ หรือผิดลูกผิดเมียผู้อื่น ๒. ห้ามพูดคำหยาบ หรือด่า บุพการีเป็นอันขาด และ ๓.เมื่อได้ผล สมความปรารถนาแล้วต้องเลี้ยงดูรับผิดชอบให้ถูกต้อง ซึ่งข้อห้ามทั้ง ๓ ข้อนี้ ผู้ที่บูชาตะกรุดนี้เป็นประจำ ห้ามผิดครูเป็นอันขาด เพราะอาถรรพณ์แห่งวิชาครูบาอาจารย์จะลงโทษอย่างแรงมาก
เสมือนมีคุณอนันต์ก็ย่อมมีโทษมหันต์ด้วย.
(สนใจข้อมูล แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แนะนำ ติชม กรุณาเขียนจดหมายจ่าหน้าถึง ผู้เขียน)
อาราธนานัง







085-7666984พระลักษณ์นวะโลหะแก่ทองคำหนึ่งองค์